วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2551

จดหมายลูกโซ่จากผู้ดูแลมัสยิดอันนะบาวีย์

ข้อชี้แจงเกี่ยวกับจดหมายลูกโซ่จากผู้ดูแลมัสยิดอันนะบาวีย์
จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนในรูปแบบการสั่งเสียและเผยแพร่แก่ผู้คนทั่วไป ซึ่งปรากฏขึ้นเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว เนื้อหาในจดหมายอาจมีความแตกต่างไปบ้างเนื่องจากเป็นจดหมายลูกโซ่ถูกส่งต่อๆกัน ซึ่งผู้รับก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าต้นต่อของจดหมายฉบับนั้นมีมาจากไหน เข้าใจว่าจดหมายนี้อาจจะมาจากพวกศูฟีย์ ที่ยึดถือความฝันเป็นหลักฐานในการอ้างอิง โดยไม่คำนึงว่าความฝันนั้นอาจจะขัดแย้งกับตัวบทอัล กุรอานและอัซซุนนะฮฺหรือไหม ในบางครั้งพวกเขายึดมั่นในความฝันมากกว่ายึดมั่นในตัวบทอัลกุรอ่านและอัซซุนนะฮฺด้วยซ้ำ
ส่วนจุดยืนของอะฮลุซซุนนะฮฺเกี่ยวกับความฝันนั้น คือ หากความฝันนั้นไม่ใช่ความฝันของท่านนบีหรือเราะซูล ต้องพิจารณาดูก่อนว่ามันสอดคล้องหรือขัดแย้งกับหลักศาสนาหรือไม่ หากพบว่ามันไม่มีข้อขัดแย้งได้ก็สามารถที่จะนำมาใช้ได้ แต่ถ้าหากความฝันนั้นไปขัดแย้งกับตัวบทอัลกุรอ่านและอัซซุนนะฮฺความฝันนั้นถือว่าเป็นโมฆะ จะนำมาอ้างเป็นหลักฐานมิได้ เนื่องจากในความฝันไม่มีใครรับรองได้ว่ามันถูกต้องเสมอไป ที่สำคัญความฝันอาจจะเป็นสิ่งตักเตือนจิตใจในกรณีที่มันสอดคล้องกับหลักศาสนาแต่หากมันขัดแย้งกับหลักศาสนาความฝันนั้นก็ใช้ไม่ได้เช่นกัน
จดหมายฉบับนี้เมื่อผู้รับเปิดอ่านแล้วบางคนอาจเกิดความหวาดกลัวหากไม่ปฏิบัติตามในสิ่งที่จดหมายได้สั่งให้ทำแล้วจะเกิดความหายนะต่อตนเองและครอบครัว
จดหมายลักษณะเช่นนี้มิได้เพิ่งปรากฏมาใหม่แต่มันแพร่หลายเป็นเวลานานแล้ว บุคคลที่ระบุในจดหมายก็มิได้มีตัวตนที่แท้จริง ทุกอย่างเป็นการปรุงแต่งขึ้นมา ผู้ที่มีความศรัทธาที่มั่นคงจะไม่หลงเชื่อในเรื่องเหล่านี้ พวกเขาจะไม่ทำการเผยแพร่จดหมายลูกโซ่ที่ไร้ที่มาเช่นนี้ต่อ และพวกเขาก็มิได้หวั่นเกรงภยันตรายดังที่ระบุในจดหมาย เพราะมันมิได้เกิดขึ้นจริง เว้นแต่พระประสงค์ของอัลลอฮฺ ส่วนเรื่องภาคผลหรือผลตอบแทนสำหรับผู้ที่นำจดหมายนี้ไปเผยแพร่ต่อนั้นไม่มีหลักฐานใดมายืนยันว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับผลตอบแทนที่ดีงามจริง ขนาดพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านเองก็มิได้มีหลักฐานว่าหากนำไปพิมพ์เผยแพร่แจกจ่ายจะได้ผลบุญอย่างนั้นอย่างโน้น
ชัยคฺ อับดุลอาซิซ บิน อับดุลลอฮฺ บิน บาซ อดีตมุฟตีย์ แห่งซาอุดีอารเบีย ได้กล่าวในหนังสือรวบคำฟัตวาของท่านเองว่า “ในจดหมายที่เป็นคำสั่งเสียนี้มีเรื่องโกหกมดเท็จอยู่ ถึงแม้ว่าผู้ที่นำมาเผยแพร่จะสาบานต่ออัลลอฮฺเป็นพันครั้งว่ามันเป็นความจริงก็ตาม หรือแม้ว่าเขาจะขอดุอาอ์ให้ประสบกับความหายนะ ถ้าหากเขาพูดโกหกก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็ไม่เป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ เรื่องที่กล่าวในจดหมายฉบับนั้นข้าพเจ้าขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่ามันไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ข้าพเจ้าขอให้อัลลอฮฺทรงเป็นพยาน มวลมลาอิกะฮฺ และบรรดามุสลิม ช่วยเป็นพยานด้วยว่า คำสั่งเสียนี้เป็นการโกหกกล่าวเท็จต่อท่านนบีมุหัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ขอให้พระองค์ทรงลงโทษผู้ที่กุเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา
สิ่งบ่งชี้ว่าจดหมายฉบับนี้เป็นเรื่องโกหก
1. ชัยคฺอะหมัด ที่ระบุในจดหมายว่าท่านเป็นผู้ถือกุญแจมัสยิดนบี เป็นบุคคลที่ไม่มีใครรู้จัก ดังนั้นจดหมายนี้ไม่ทราบว่ามีแหล่งที่มาจากแห่งใด
2. เนื้อหาในจดหมายที่กล่าวถึงความเสื่อมโทรมทางจริยธรรมในสังคมนั้น หนทางในการแก้ปัญหาดังกล่าวที่ถูกต้องนั้น ประชาชาติมุสลิมต้องหันกลับไปยึดมั่นกับอัลกุรอ่านและอัซซุนนะฮฺอย่างมั่นคง คำสอนที่บรรจุในสองสิ่งนี้เป็นคำสอนที่สุดประเสริฐ ครอบคลุมทุกแง่มุม มีทั้งสัญญาที่ดีสำหรับผู้ศรัทธาและสัญญาไม่ดีสำหรับผู้เนรคุณ มีทั้งสิ่งที่ทำให้จิตใจหวั่นเกรง ฯลฯ ทั้งหมดนั้นเป็นการเพียงพอแล้วไม่จำเป็นต้องนำความฝันที่อุปโลกน์มาตักเตือนอีก
3. เนื้อหาในจดหมายนี้ที่กล่าวถึงสัญญาณวันกียามะฮฺนั้นเป็นเรื่องพ้นญาณวิสัย (อิลมุ้ลฆ็อยบฺ) ไม่อนุญาตให้ผู้ใดกล่าวอ้างขึ้นมาโดยปราศจากหลักฐาน ดังที่อัลลอฮฺตรัสว่า
قُلْ لَا يَعْلَمُ مَنْ فِي السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ الْغَيْبَ إِلَّا اللَّهُ وَمَا يَشْعُرُونَ أَيَّانَ يُبْعَثُونَ (النمل :65)
ความว่า “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ไม่มีผู้ใดในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินจะรู้ในสิ่งพ้นญาณวิสัย นอกจากอัลลอฮฺ และพวกเขาจะไม่รู้ว่า เมื่อใดพวกเขาจะถูกให้ฟื้นคืนชีพ” สูเราะฮฺ อันนัมลฺ อายะฮฺที่ 65
ส่วนการประทานวะหฺยูก็ได้สิ้นสุดลงหลังจากท่านนบีเสียชีวิต ดังนั้นคำสอนเกี่ยวกับเรื่องสัญญาณวันกียามะฮฺที่มีในอัลกุรอ่านและอัซซุนนะฮฺถือว่าเพียงพอและครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
4. เนื้อหาในจดหมายนี้มีความแตกต่างกันบางฉบับเขียนว่า เป็นการฝัน บางฉบับเขียนว่าเกิดขึ้นก่อนที่จะเข้านอนในขณะที่รู้สึกตัว บางฉบับเขียนว่าจากผู้ดูแลมัสยิดอัลนะบาวีย์ บางที่ก็เขียนว่าผู้ดูแลสุสานของท่านนบี บางฉบับก็เขียนว่าจากผู้ถือกุญแจมัสยิดอัลหะรอม ตลอดจนมีความขัดแย้งในการกำหนดผลตอบแทนสำหรับผู้นำจดหมายไปเผยแพร่ต่อยังผู้อื่น สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ชัดถึงความมดเท็จในจดหมายฉบับนี้
วัลลอฮุอะอฺลัม(อัลลอฮฺเท่านั้นที่ทรงรอบรู้ดี)
ขอความสันติจงประสบแด่ท่านนบีมุหัมหมัดของเรา

เขียนโดย ดร.ซัลมาน บิน มุหัมหมัด อัดดุบัยคีย์ อาจารย์วิทยาลัยครูแห่งหาอิล
ถอดความโดย อันวา สะอุ (เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)
จากเว็บไซต์ http://www.islamtoday.net/